-
ตีอัดเนื้อดินให้แน่นและสมานรอยต่อ: ใช้ตีตบไปตามผิวชิ้นงานเพื่อไล่ฟองอากาศและอัดเนื้อดินให้หนาแน่นแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะการตีเชื่อมรอยต่อระหว่างชั้นของขดดิน (Coils) หรือแผ่นดินให้ผสานกันเป็นเนื้อเดียว ป้องกันการปริแตก
-
ปรับรูปทรงชิ้นงาน (Shaping): ใช้ตีตบเบา ๆ เพื่อปรับแต่งระนาบ ทรงกลม หรือเหลี่ยมมุมของภาชนะ (เช่น ไห โอ่ง แจกัน หรือกระถาง) ให้ได้สัดส่วนที่สมมาตรและโค้งมนตามต้องการในขณะที่ดินยังอ่อนตัว
-
สร้างลวดลายและเท็กซ์เจอร์ (Texturing): ร่องลายเส้นทแยงมุม (ลายข้าวหลามตัด) บนหน้าไม้ จะประทับลงบนผิวชิ้นงาน ทำให้เกิดเท็กซ์เจอร์ที่ดูสวยงาม มีมิติ และดูเป็นงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์
-
ลดการติดหนึบของดินเหนียว : ลายร่องทแยงบนหน้าไม้ช่วยลดพื้นที่สัมผัสระหว่างไม้กับดินเหนียว ทำให้เวลาตีตบแล้วไม้จะไม่ดูดติดเนื้อดินขึ้นมาจนเสียทรง (ทำงานได้ง่ายกว่าไม้ผิวเรียบสลวย)
-
น้ำหนักเบาและผ่อนแรง : ด้ามจับไม้ธรรมชาติเหลามนหนาพอดีมือ ออกแบบมาให้มีน้ำหนักและแรงเหวี่ยงที่ช่วยผ่อนแรงสะบัดข้อมือขณะตีชิ้นงานได้เป็นอย่างดี