ถอดรหัส COE : หัวใจหลักที่คนทำแก้ว "ต้องรู้" ถ้าไม่อยากให้งานแตกสลาย

ในโลกของศิลปะการเป่าแก้ว ความสวยของชิ้นงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือการขึ้นรูปหรือการผสมสีสันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี "ความลับทางวิทยาศาสตร์" ข้อหนึ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และเป็นตัวชี้ชะตาว่าผลงานของคุณจะอยู่รอดเป็นชิ้นเป็นอัน หรือจะแตกละเอียดเป็นเศษแก้วในพริบตา สิ่งนั้นเรียกว่า "ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อน" หรือ COE

COE ย่อมาจาก Coefficient of Thermal Expansion หรือในภาษาไทยคือ "ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อน" ซึ่งหากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด แก้วก็เหมือนกับวัสดุหลายชนิดในโลก ที่เมื่อโดนความร้อนจะขยายตัวและเมื่อเย็นตัวลงจะหดตัว ซึ่งแก้วแต่ละประเภทก็จะมีอัตราการขยายและหดตัวที่ไม่เท่ากัน และตัวเลข COE นี่เองที่เป็นตัวบ่งบอกว่าแก้วชนิดนั้นๆ จะขยายหรือหดตัวมากน้อยแค่ไหนเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป

โดยมีกฎจำง่ายๆ คือ "ยิ่งตัวเลขค่า COE มาก แก้วชิ้นนั้นจะยิ่งขยายตัวมากเมื่อร้อน และหดตัวมากเมื่อเย็นลง"

 

ทำไม COE ถึงสำคัญกับคนทำแก้วระดับคอขาดบาดตาย?

ความสำคัญของ COE จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณต้องการ "ผสมแก้วต่างชิ้นเข้าด้วยกัน" ไม่ว่าจะเป็นการเป่าแก้วไล่สี การนำแก้วเส้นมาตกแต่งลวดลาย หรือการหลอมแก้วแผ่น ที่เรียกว่า Glass Fusing

กฎเหล็กที่ต้องไม่ลืมคือ แก้วที่จะนำมาหลอมรวมเป็นชิ้นเดียวกัน "ต้องมีค่า COE เท่ากัน" เพราะถ้านำแก้ว 2 ชิ้นที่มีค่า COE ต่างกันมาหลอมติดกันตอนร้อนๆ ในเตา แก้วอาจจะดูเนื้อเนียนสมานกันดี แต่เมื่อถึงขั้นตอนการปล่อยให้แก้วเย็นตัวลง ผลที่เกิดขึ้นคือ แก้วที่มี COE สูงจะหดตัวอย่างรวดเร็วและหดลงไปเยอะ ขณะที่แก้วที่มี COE ต่ำ จะค่อยๆ หดตัวทีละนิดและหดตัวเพียงเล็กน้อย

ผลลัพธ์ก็คือ ชิ้นงานจะร้าวหรือระเบิดออกทันทีที่เย็นตัว หรือที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันอาจจะยังไม่แตกทันที แต่อาจจะตั้งทิ้งไว้เฉยๆ บนโต๊ะอีกหลายวัน แล้วจู่ๆ ก็ระเบิดตัวเองออกเนื่องจากแรงเค้นภายในที่สะสมไว้จนทนไม่ไหว

เอาละค่ะ ตอนนี้มาดูกันว่า ค่า COE ยอดนิยมในวงการแก้วมีอะไรบ้าง โดยเราจะขอแบ่งตามประเภทงานและเทคนิคของการทำงานอย่างชัดเจน ดังนี้

·      COE 3.3 / 33* (Borosilicate Glass / แก้วทนความร้อน) : ขยายตัวและหดตัวต่ำมาก ทำให้ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลัน (Thermal Shock) ได้ดีเยี่ยม แก้วร้อนๆ โดนน้ำเย็นก็ไม่แตกง่ายๆ จึงเหมาะสำหรับงานเป่าแก้วด้วยหน้าไฟ (Flameworking) ทำท่อแก้ววิทยาศาสตร์ เครื่องประดับ และงานแก้วจิ๋วแฮนด์เมดที่มีรายละเอียดสูง

  • COE 96 (Soft Glass / แก้วเนื้ออ่อน) : หลอมละลายได้ง่ายในอุณหภูมิที่ต่ำกว่ากลุ่มแรก มีความเหนียวหนืดกำลังดี และมีโทนสีสันให้เลือกใช้อย่างหลากหลายมาก เป็นค่ามาตรฐานที่นิยมที่สุดสำหรับ งานเป่าแก้วหน้าเตาใหญ่ (Furnace Glassblowing) และงานหลอมแก้วแผ่น (Fusing)
  • COE 90 (Soft Glass / แก้วเนื้ออ่อนยอดฮิต) : เป็นแก้วเนื้ออ่อนที่มีการควบคุมมาตรฐานความแม่นยำสูง นิยมใช้มากที่สุดในงาน Glass Fusing (หลอมแก้วแผ่น)
  • COE 104 (Moretti / Effetre) : มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในกลุ่ม เนื้อแก้วไหลตัวได้ดีและนิ่มไวเมื่อโดนไฟ นิยมใช้มากที่สุดในงาน ทำลูกปัดแก้ว (Beadmaking) ด้วยเทคนิคหน้าไฟ

 

เรื่องของ COE หรือ ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ลองทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ แล้วเลือกชนิดแก้วให้ตรงกับการใช้งาน รับรองว่าชิ้นงานแก้วของคุณจะสวยงามตรงใจอย่างแน่นอนค่ะ

 

หมายเหตุ* ตัวเลข COE 3.3 กับ COE 33 คือ คือแก้วชนิดเดียวกัน เป็นเพียงแค่ความต่างในวิธีการเรียกและหน่วยที่ใช้วัดเท่านั้น