หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำเซรามิกที่คนรักงานคราฟต์หรือช่างปั้นจะข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ "การเผาดิบ" หรือที่สายช่างเรียกกันว่า Biscuit Firing (บิสกิจ) สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการปั้นดินเผาแล้วอาจจะยังสงสัยว่าขั้นตอนนี้คืออะไร บอกเลยว่าหลักการของการเผาดิบนั้นเข้าใจง่ายกว่าที่คิดเยอะครับ!
การเผาดิบ (Biscuit Firing) คือกระบวนการเผาชิ้นงานเซรามิกเป็นครั้งแรก ในขณะที่เนื้อดินยังไม่ได้ผ่านการชุบน้ำเคลือบ โดยสามารถใช้ได้ทั้งการเผาอุณหภูมิต่ำและอุณหภูมิสูง
หลายคนอาจมีคำถามว่า “ทำไมเราต้องเผาดิบ ไม่เผาไม่ได้เหรอ?” คำตอบก็คือ การเผาดิบทำเพื่อให้เนื้อดินหรือชิ้นงานปั้นของเรา มีความแข็งแกร่ง คงรูป ไม่ละลายหรือเละเมื่อนำไปชุบน้ำเคลือบเซรามิก แถมยังช่วยขับสีสันของเนื้อดินให้สวยชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ การเผาดิบยังเป็นเหมือนขั้นตอนการคัดกรอง เช็กสภาพเนื้อดินให้ชัวร์ว่าชิ้นงานไม่มีรอยแตกร้าวแอบซ่อนอยู่ ก่อนจะนำไปเข้าสู่กระบวนการเคลือบเซรามิกในขั้นตอนต่อไป
เทคนิคการเผาดิบเซรามิกให้ชิ้นงานสวย ไม่แตกร้าว
- เผาอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ: ไม่ควรรีบร้อนเร่งความร้อนจนเกินไป เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่เร็วเกินไปอาจทำให้ชิ้นงานบิดเบี้ยวหรือเสียหายได้ง่าย
- ควบคุมอุณหภูมิและเวลา: โดยทั่วไปอุณหภูมิในการเผาดิบจะอยู่ที่ประมาณ 750 - 850 องศาเซลเซียส และใช้เวลาเผาอย่างน้อย 8 - 10 ชั่วโมง
- คัดแยกขนาดชิ้นงาน: หากชิ้นงานปั้นมีขนาดและความหนาที่แตกต่างกันมากๆ ควรแยกเตาเผา เพื่อให้ความร้อนกระจายได้อย่างทั่วถึง
- พักชิ้นงานให้เย็นลงในเตา: เมื่อเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้ามนำชิ้นงานออกจากเตาเผาเซรามิกทันที ควรทิ้งไว้ในเตาต่อประมาณ 1 วัน เพื่อให้ชิ้นงานค่อยๆ เย็นตัวลงอย่างช้าๆ เพราะหากชิ้นงานที่ยังร้อนอยู่มาเจอกับอากาศเย็นด้านนอกทันที อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปฉับพลันจะทำให้งานเซรามิกแตกร้าวเสียหายได้ครับ