เทคนิคตกแต่งเซรามิก Underglaze, In-glaze, On-glaze ต่างกันอย่างไร?
สำหรับคนที่เริ่มต้นเรียนเซรามิก หรือกำลังมองหา เทคนิคตกแต่งชิ้นงานเซรามิก อาจเคยได้ยินคำว่า Underglaze, In-glaze และ On-glaze (Overglaze) แต่ยังไม่แน่ใจว่าแต่ละเทคนิคแตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับงานประเภทไหน
ทั้ง 3 เทคนิคใช้ “สี” สำหรับตกแต่งชิ้นงานเซรามิกเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญที่คนทำเซรามิกควรรู้คือ ช่วงเวลาที่ลงสี ตำแหน่งของสีหลังการเผา และลักษณะผิวสัมผัสที่ได้ ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสวยงาม ความทนทาน และการนำชิ้นงานไปใช้งานจริง
วันนี้ Pottery Clay จะพาไปทำความรู้จักกับ Underglaze, In-glaze และ On-glaze พร้อมเลือกเทคนิคที่เหมาะกับงานของคุณ
1. Underglaze (สีใต้เคลือบ)
Underglaze หรือสีใต้เคลือบ เป็นเทคนิคการตกแต่งที่ลงสีบนชิ้นงานก่อนเคลือบใส โดยเมื่อผ่านการเผาเคลือบแล้ว สีจะอยู่ใต้ชั้นน้ำเคลือบ ทำให้ลวดลายได้รับการปกป้องและมีความคงทนสูง
ขั้นตอนการทำงาน
ปั้นและตกแต่งชิ้นงาน → เผาดิบ (Bisque Firing) → ลงสี Underglaze → ลงเคลือบใส → เผาเคลือบ (Glaze Firing)
จุดเด่นของ Underglaze
-
มีความทนทานต่อการใช้งานและการขีดข่วนได้ดี เมื่อมีการเคลือบและเผาอย่างเหมาะสม
-
เหมาะสำหรับการสร้างลวดลาย รายละเอียด และภาพวาดบนชิ้นงานเซรามิก
-
สามารถลงน้ำหนักสีอ่อน-เข้ม และสร้างรายละเอียดได้คล้ายการวาดภาพ
-
เหมาะกับงานที่ต้องการให้ลวดลายอยู่ใต้ชั้นเคลือบใส
-
เป็นเทคนิคยอดนิยมสำหรับงานเซรามิกร่วมสมัยและงานตกแต่งชิ้นงานในสตูดิโอ
ข้อควรรู้ : หากต้องการนำชิ้นงานไปใช้เป็นภาชนะใส่อาหารหรือเครื่องดื่ม ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีและเคลือบที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะสำหรับการใช้งานดังกล่าว และเผาตามอุณหภูมิที่แนะนำอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานจริง
2. In-glaze (สีในชั้นเคลือบ)
In-glaze เป็นเทคนิคการตกแต่งที่สีหรือสารให้สีทำปฏิกิริยากับชั้นน้ำเคลือบระหว่างกระบวนการเผา โดยสีจะหลอมรวมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเคลือบ ทำให้เกิดเอฟเฟกต์สีที่มีมิติและความลึกเฉพาะตัว
เทคนิคนี้ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง น้ำเคลือบ อุณหภูมิการเผา และการควบคุมเตาเผาเซรามิก จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานเซรามิกและต้องการทดลองเทคนิคการตกแต่งที่ซับซ้อนมากขึ้น
จุดเด่นของ In-glaze
-
สีและชั้นเคลือบหลอมรวมกันระหว่างการเผา เกิดเป็นเอฟเฟกต์ที่มีเอกลักษณ์
-
ให้มิติของสีที่ดูนุ่มนวลและมีความลึกภายในชั้นเคลือบ
-
สามารถสร้างเอฟเฟกต์พื้นผิวและเฉดสีที่แตกต่างจากการลงสีทั่วไป
-
มักพบในงานเซรามิกที่ต้องการเทคนิคเฉพาะทาง รวมถึงงานเครื่องลายครามและการผลิตเชิงอุตสาหกรรมบางประเภท
ข้อควรรู้ : ผู้ทำงานจำเป็นต้องควบคุม อุณหภูมิและบรรยากาศภายในเตาเผา อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องเลือกใช้สีและน้ำเคลือบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะผลลัพธ์ของสีอาจเปลี่ยนแปลงตามสูตรเคลือบ อุณหภูมิ และบรรยากาศในการเผา
3. On-glaze หรือ Overglaze (สีบนเคลือบ)
On-glaze หรือ Overglaze คือเทคนิคการตกแต่งชิ้นงานหลังจากผ่านการเคลือบและเผาเคลือบจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นจึงลงสี ติดรูปลอก (Decal) หรือใช้วัสดุตกแต่งพิเศษบนผิวเคลือบ ก่อนนำไปเผาซ้ำอีกครั้งที่อุณหภูมิต่ำกว่าเดิม เพื่อให้สีหรือวัสดุตกแต่งยึดติดกับผิวชิ้นงาน
เทคนิคนี้เหมาะกับงานที่ต้องการ สีสันสดใส รายละเอียดที่ประณีต และการตกแต่งแบบพิเศษ เช่น การเขียนทอง เงิน หรือการใช้ Luster เพื่อสร้างประกายและเอฟเฟกต์เฉพาะตัว
ขั้นตอนการทำงาน
เผาเคลือบเสร็จสมบูรณ์ → ลงสี On-glaze / ตกแต่ง Decal / เขียนทอง → เผาซ้ำด้วยอุณหภูมิต่ำ
จุดเด่นของ On-glaze หรือ Overglaze
-
ให้สีสันสดใสและคมชัด เหมาะกับงานที่ต้องการความโดดเด่น
-
สามารถเก็บรายละเอียดของเส้นสายและลวดลายขนาดเล็กได้ดี
-
รองรับเทคนิคตกแต่งพิเศษ เช่น การเขียนทอง (Gold), เงิน และ Luster
-
เหมาะสำหรับงานเซรามิกตกแต่ง งานศิลปะ และชิ้นงานที่ต้องการความประณีตสูง
ข้อควรรู้ : เนื่องจากสีและวัสดุตกแต่งอยู่บริเวณชั้นบนสุดของผิวเคลือบ ความทนทานต่อการขัดถูและสารเคมีอาจน้อยกว่าการตกแต่งที่อยู่ใต้หรือรวมเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเคลือบ จึงควรพิจารณาลักษณะการใช้งานของชิ้นงานเป็นสำคัญ
เทคนิค On-glaze จึงเหมาะกับ งานโชว์ งานศิลปะ และงานตกแต่ง หรือชิ้นงานที่ไม่ได้ผ่านการล้างขัดถูบ่อย ๆ ทั้งนี้ หากเป็นชิ้นงานสำหรับใช้งานจริง ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตสีและวัสดุตกแต่งแต่ละประเภทก่อนนำไปใช้
ดังนั้น การเลือก เทคนิคตกแต่งเซรามิก ควรพิจารณาจากลักษณะของชิ้นงาน ผลลัพธ์ที่ต้องการ ความทนทาน และวิธีการนำไปใช้งาน หากต้องการวาดลวดลายและรายละเอียดบนชิ้นงาน Underglaze เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและได้รับความนิยม หากต้องการเอฟเฟกต์สีที่มีมิติและเทคนิคเฉพาะทาง In-glaze อาจตอบโจทย์มากกว่า ส่วนใครที่ชื่นชอบสีสันสดใส รายละเอียดประณีต หรือการตกแต่งด้วยทอง เงิน และ Luster On-glaze หรือ Overglaze ก็เป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเลือกเทคนิคไหน การทำความเข้าใจเรื่อง สีเซรามิก น้ำเคลือบ และอุณหภูมิการเผา จะช่วยให้คุณควบคุมผลลัพธ์ของชิ้นงานได้ดียิ่งขึ้น และสร้างสรรค์งานเซรามิกที่สวยตรงตามต้องการ