หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับ “แป้นหมุนชนิดใช้แรงคน” (แป้นหมุนมือ/แป้นเท้าเหยียบ) กันไปแล้ว คราวนี้มาดู "แป้นหมุนไฟฟ้า" (Electric Pottery Wheel) กันบ้างว่า มีจุดเด่น ความน่าสนใจ และแตกต่างจากแบบแรกอย่างไร ทำไมสายปั้นงานเซรามิกยุคนี้ถึงนิยมใช้กัน!
แป้นหมุนไฟฟ้าในท้องตลาดปัจจุบันหลักๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้
1. แป้นหมุนไฟฟ้าแบบนั่งทำงาน
แป้นหมุนประเภทนี้ ตัวแป้นจะอยู่ในระดับพอดีกับที่นั่ง เวลาใช้งานช่างปั้นจะนั่งลงปั้นงานได้อย่างสบายๆ โดยระบบการหมุนของแป้นประเภทนี้จะแบ่งย่อยได้อีก 2 ระบบ คือ
-
ระบบหมุนด้วยสายพาน จะใช้มอเตอร์ต่อเข้ากับแป้นหมุน (มีทั้งแบบมอเตอร์ 1 ตัวต่อ 1 แป้น หรือมอเตอร์ 1 ตัวต่อหลายแป้นที่เรียกว่า "แป้นราว") มีทั้งแบบความเร็วรอบคงที่และแบบปรับความเร็วได้ ข้อเสียที่ต้องระวัง: เวลาปั้นชิ้นงานขนาดใหญ่ที่ใช้ดินน้ำหนักเยอะ มอเตอร์อาจแรงไม่พอจนทำให้แป้นฟรีหรือหมุนไม่ไปได้
-
ระบบหมุนด้วยเฟือง ระบบนี้แกนมอเตอร์จะมีกำลังส่งและแรงบิดสูงกว่าแบบสายพานมาก หมดกังวลเรื่องแป้นหมุนฟรีไปได้เลย จึงเหมาะมากๆ สำหรับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เซรามิกขนาดใหญ่ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า
2. แป้นหมุนไฟฟ้าแบบยืนทำงาน
เป็นแป้นหมุนที่ขับเคลื่อนด้วยระบบสายพาน ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ช่างปั้นต้องยืนปั้น โดยมีความสูงจากพื้นประมาณ 75 - 80 เซนติเมตร และสามารถปรับความเร็วรอบได้ตามต้องการ
เหมาะสำหรับ การปั้นงานขนาดเล็กถึงขนาดปานกลาง ไม่ค่อยเหมาะกับงานที่ต้องดึงดินให้สูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะการยืนปั้นในระดับความสูงนี้อาจทำให้เมื่อยล้าและควบคุมแรงกดได้ยากกว่าการนั่งปั้น
3. แป้นหมุนไฟฟ้าแบบปรับระดับและเอียงได้ (ปรับเลื่อนขึ้น-ลง / คว่ำ-หงาย)
แป้นหมุนระดับมืออาชีพประเภทนี้ ตัวแป้นจะยึดอยู่กับแกนเหล็กพิเศษ สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำด้วยระบบเฟือง และยังปรับเอียงคว่ำหรือหงายได้อีกด้วย
จุดเด่นคือช่วยให้ปั้นชิ้นงานทรงสูงที่ปากไม่กว้างมากได้ง่ายกว่าแป้นหมุนทั่วไป แต่ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เนื่องจากมีราคาแพง แถมยังมีข้อจำกัดในการขึ้นรูป คือปั้นได้เฉพาะรูปทรงสูงเพรียวเท่านั้น และผลิตภัณฑ์ที่ได้มักจะเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่าปกติ
หากคุณเพิ่งเริ่มต้นทำสตูเซรามิกหรือเน้นปั้นงานทั่วไป "แป้นหมุนไฟฟ้าแบบนั่งทำงาน" ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ครอบคลุม และสรีระการนั่งปั้นจะช่วยให้คุณทำงานได้ยาวนานและต่อเนื่องที่สุด