เจาะลึก "สีเซรามิก" แต่ละประเภท ต่างกันยังไง? เลือกใช้แบบไหนให้ชิ้นงานสวยเป๊ะ

เคยไหมคะ? ปั้นดินขึ้นรูปอย่างประณีต แต่พอถึงขั้นตอนลงสีกลับลังเลว่า "ควรใช้สีประเภทไหนดี?" งานเซรามิกไม่เหมือนงานวาดภาพบนกระดาษ เพราะสีที่ใช้ต้องผ่าน "อุณหภูมิการเผา" ที่สูงมาก สีสังเคราะห์หรือสีอะคริลิกทั่วไปจึงไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้

วันนี้ Pottery Clay จะพาทุกคนมาเจาะลึก "สีสำหรับงานเซรามิก" แต่ละประเภทว่าต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

1. สีใต้เคลือบ (Underglaze)

สีใต้เคลือบ คือสีที่ทาหรือเพ้นท์ลงบนชิ้นงานดินที่ผ่านการเผาดิบ (Bisc Fire) หรือดินดิบที่แห้งแล้ว ก่อนจะนำไปชุบน้ำเคลือบใส (Clear Glaze) แล้วนำเข้าเผาเคลือบอีกรอบ

  • จุดเด่น ให้เส้นสายและรายละเอียดที่คมชัด เสมือนการวาดภาพบนกระดาษ สีไม่ไหลย้อยหรือฟุ้งกระจายในตู้เผา สามารถผสมสีกันได้ง่ายเหมือนสีน้ำหรือสีอะคริลิก
  • เหมาะสำหรับ งานที่ต้องการลวดลายละเอียด งานเพ้นท์สายภาพวาด งานลายเส้นคมๆ
  • อุณหภูมิที่ใช้ ทนอุณหภูมิได้หลากหลาย ตั้งแต่ Low Fire - High Fire ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดสี

2. น้ำเคลือบสี (Colored Glaze / Glaze)

น้ำเคลือบไม่ใช่แค่การให้สีสัน แต่เป็นสารประกอบแร่ธาตุที่เมื่อผ่านความร้อนสูงจะละลายกลายเป็น "ชั้นแก้ว" เคลือบอยู่บนผิวของชิ้นงาน

  • จุดเด่น ช่วยให้ชิ้นงานมีความเงา (Glossy) หรือด้าน (Matte) ตามสูตรน้ำเคลือบ ป้องกันน้ำซึมผ่าน ทำให้ภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย และเกิดปฏิกิริยาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
  • เหมาะสำหรับ การลงสีพื้นที่กว้าง ชุบสีทั้งชิ้นงาน หรือสร้างเอฟเฟกต์เฉพาะตัว
  • อุณหภูมิที่ใช้ มักใช้ที่อุณหภูมิ 1,050 - 1,280 °C
  • ข้อควรระวัง น้ำเคลือบอาจไหลเยิ้มขณะเผาได้หากทาหนาเกินไป และระวังอย่าทาบริเวณตูดชิ้นงานเพราะอาจติดชั้นวางตู้เผา

3. สีบนเคลือบ (Overglaze / On-glaze / Enamel)

สีบนเคลือบ หรือที่ช่างปั้นมักเรียกว่า "สีบน" เป็นสีที่นำมาทาลงบนชิ้นงานที่ "เผาเคลือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว" จากนั้นจึงนำไปเผาซ้ำรอบที่สามด้วยอุณหภูมิต่ำ

  • จุดเด่น สีสันสดใส มีความสว่างและถูกต้องตามแม่สีมากที่สุด (เช่น สีแดงสด, สีส้มสด, สีทอง) ควบคุมน้ำหนักและรายละเอียดของภาพได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับ งานเขียนลายถ้วยชามเบญจรงค์, งานลงทอง (Luster), งานตกแต่งโลโก้หรือตัวหนังสือบนแก้วมัค
  • อุณหภูมิที่ใช้ เผาในอุณหภูมิต่ำ เพื่อให้สีหลอมติดแน่นกับชั้นเคลือบเดิม

4. สีผสมดิน (Stain / Body Stain)

เป็นการนำผงสีสังเคราะห์ (Ceramic Stain) ผสมเข้าไปในเนื้อดินปั้นตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมดิน

  • จุดเด่น สีสม่ำเสมอทั่วทั้งเนื้อชิ้นงาน แม้ชิ้นงานจะบิ่นหรือกระเทาะก็ยังเห็นเป็นสีเดิม สามารถใช้เทคนิคการปั้นแบบสลับสี (Nerikomi) เพื่อสร้างลายไม้หรือลายหินอ่อนได้
  • เหมาะสำหรับ ช่างปั้นที่ชอบงานโชว์เนื้อดิน ไม่เน้นการเพ้นท์ลวดลายด้านนอก
  • อุณหภูมิที่ใช้ ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อดินที่นำมาผสม

เทคนิคเลือกซื้อสีเซรามิกสำหรับมือใหม่

  1. เช็กอุณหภูมิตู้เผาของคุณ ข้อนี้สำคัญที่สุด! ต้องดูว่าตู้เผาของคุณเผาได้ถึงอุณหภูมิเท่าไหร่ (Cone เท่าไหร่) แล้วเลือกสีที่ระบุช่วงอุณหภูมิที่ตรงกัน
  2. ความปลอดภัยกับอาหาร (Food-Safe) หากทำจาน ชาม หรือแก้วน้ำ ควรเลือกน้ำเคลือบและสีที่ผ่านการรับรองว่าปลอดสารตะกั่ว (Lead-free) และแคดเมียม
  3. การทดสอบสี (Test Tile) สีเซรามิกก่อนเผากับหลังเผาจะมีสีที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง ควรทำแผ่นทดลองเผาสีเก็บไว้ดูเป็นตัวอย่างเสมอ

มองหาผงสีและน้ำเคลือบเซรามิกคุณภาพสูงอยู่ใช่ไหม? ที่ Pottery Clay เรามีสีใต้เคลือบ น้ำเคลือบสำเร็จรูป และอุปกรณ์งานปั้นครบวงจร ให้คุณสร้างสรรค์ชิ้นงานในฝันได้อย่างมั่นใจ