เพราะขั้นตอนการเผาชิ้นงาน คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่สุดของการทำเซรามิก! แต่เดิมเรามักนิยมใช้ไม้หรือน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักเพราะหาได้ง่ายและราคาถูก แต่เมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงเหล่านี้เริ่มขยับสูงขึ้น เตาเผาเซรามิกยุคนี้จึงหันมาใช้ แก๊สหุงต้ม (LPG) และ แก๊สธรรมชาติ กันมากขึ้น
ถ้าสายงานปั้นอยากเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงแก๊สให้อย่างปลอดภัย ได้ชิ้นงานสวยเป๊ะตรงใจ มาดูกันว่าต้องรู้จักเทคนิคการควบคุมเตาเผาในเรื่องไหนบ้าง
1. การควบคุมอุณหภูมิภายในเตาเผา (Kiln Temperature Control)
โดยทั่วไปเราจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เทอร์โมคอปเปิล (Thermocouple) ในการวัดอุณหภูมิ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับค่าความร้อนที่ตั้งไว้ตามระยะเวลาการเผา (Set Point) เพื่อดูว่าอุณหภูมิไต่ระดับได้คงที่ตามตารางการเผาหรือไม่ ที่สำคัญคือ ไม่ควรอิงจากค่าอุณหภูมิหรือความดันแก๊สเพียงอย่างเดียว
เทคนิคการรักษาอุณหภูมิการเผาให้คงที่ทุกรอบ มีดังนี้:
-
จัดวางชิ้นงานให้เป็นระเบียบ ควบคุมการจัดวางตำแหน่งชิ้นงานบนรถเผาให้มีความหนาแน่นและระยะห่างที่คงที่เสมอ
-
คุมความร้อนตามกราฟเดิม เลี้ยงระบบการให้ความร้อนให้เป็นไปตามกราฟการเผามาตรฐานที่เคยทดสอบไว้
-
หมั่นเช็กความแม่นยำ เทอร์โมคอปเปิลต้องทำงานอย่างถูกต้อง โดยควรส่งเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อสอบเทียบมาตรฐาน (Calibrate) เป็นประจำทุกปี
-
ติดตั้งในจุดที่ถูกต้อง: ตำแหน่งของเทอร์โมคอปเปิลไม่ควรอยู่ใกล้กับหัวพ่นแก๊ส (Burner) หรือฝังจมอยู่ในฉนวนกันความร้อน แต่ควรยื่นออกมาจากผนังหรือหลังคาเตาประมาณ 3 นิ้ว
2. การควบคุมบรรยากาศภายในเตาเผา (Kiln Atmosphere Control)
การเผางานแต่ละรอบ ควรติดตั้งวาล์วสำหรับวัดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงอย่างแม่นยำ เพื่อนำมาคำนวณหา อัตราส่วนระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศ ที่เหมาะสมที่สุดในการเผา
-
ถ้าอากาศส่วนเกินมากไป เตาจะสูญเสียพลังงาน ความร้อนที่ได้จะต่ำกว่ามาตรฐาน
-
ถ้าอากาศส่วนเกินน้อยไป ปฏิกิริยาการเผาไหม้จะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เคลือบเซรามิกออกมาไม่มันวาว
เมื่อเราได้ข้อมูลอัตราส่วนที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถนำมาปรับอัตราส่วนการจ่ายลมและแก๊สที่หัวพ่น เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างพลังงานความร้อนที่จ่ายเข้าไป กับปริมาณออกซิเจนที่เหลืออยู่ภายในเตาเผาได้อย่างพอดี
3. การควบคุมความดันภายในเตาเผา (Kiln Pressure Control)
สำหรับอุปกรณ์วัดความดันในเตาเผาที่ใช้งานสะดวกและราคาสบายกระเป๋า ขอแนะนำ "มานอมิเตอร์แบบของเหลว" (Liquid Manometer) โดยช่วงความดันที่เหมาะสมกับการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 2–3 มม.น้ำ (mm WG)
ตำแหน่งการวัดความดันที่แนะนำ ควรติดไว้ในจุดที่มีค่าความดันต่ำที่สุดของเตา เช่น บริเวณกลางประตูเตาด้านล่าง (เหนือระดับรถเตาขึ้นมาเล็กน้อย) หรือบริเวณรอยต่อของแท่งโรลเลอร์ในเตาโรลเลอร์ที่ใช้เผาตลอด 24 ชั่วโมง หรือจะเลือกใช้ช่องเดียวกับช่องวัดปริมาณออกซิเจนก็ได้เช่นกัน