Bisque คืออะไร? รู้จักการเผาครั้งแรกของงานเซรามิก และดินที่ใช้ได้

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานเซรามิก คำว่า Bisque หรือ Biscuit Firing เป็นคำที่ต้องพบอย่างแน่นอนในขั้นตอนการทำงาน แต่หลายคนอาจยังสับสนว่า Bisque คือชื่อของดินชนิดหนึ่งหรือไม่

คำตอบคือ Bisque ไม่ใช่ชนิดของดิน แต่หมายถึงชิ้นงานเซรามิกที่ผ่านการเผาครั้งแรกแล้ว

การเผา Bisque เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนชิ้นงานจากดินที่แห้งแล้วให้กลายเป็นชิ้นงานที่มีความแข็งแรง สามารถนำไปตกแต่ง ลงน้ำเคลือบ และเข้าสู่การเผาครั้งสุดท้ายได้

Bisque คืออะไร?

ก่อนจะกลายเป็น Bisque ชิ้นงานจะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การเตรียมดิน ขึ้นรูป และปล่อยให้แห้งสนิท

ลำดับการทำงานโดยทั่วไปคือ Clay → Shaping → Greenware → Bone Dry → Bisque → Glazing → Glaze Firing → Finished Ceramic

เมื่อชิ้นงานแห้งสนิทหรืออยู่ในสภาพ Bone Dry จึงสามารถนำเข้าเตาเพื่อเผาครั้งแรกได้

ในระหว่างการเผา น้ำที่เหลืออยู่ในเนื้อดินจะถูกกำจัดออก และองค์ประกอบบางส่วนในดินจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเคมี ทำให้ชิ้นงานแข็งแรงขึ้น แต่ยังคงมีรูพรุนอยู่

ความพรุนนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ น้ำเคลือบสามารถซึมเข้าสู่ผิวของชิ้นงานได้

ดังนั้น Bisque จึงเป็นขั้นตอนที่เชื่อมระหว่าง การขึ้นรูปดิน กับ การลงน้ำเคลือบ

Bisque ทำจากดินอะไรได้บ้าง?

เนื่องจาก Bisque เป็นผลจากการเผาครั้งแรก ไม่ใช่ชนิดของดิน จึงสามารถเกิดขึ้นได้กับ Clay Body หลายประเภท

ดินที่พบได้บ่อย ได้แก่ Earthenware, Stoneware, Porcelain

อย่างไรก็ตาม ดินแต่ละชนิดมีส่วนประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงมีอุณหภูมิการเผาและระดับการดูดซึมน้ำที่แตกต่างกันด้วย

1. Earthenware Clay

Earthenware เป็นดินสำหรับการเผาอุณหภูมิต่ำ นิยมใช้ในงานเครื่องปั้นดินเผา งานตกแต่ง และงานที่ต้องการสีสันจากเนื้อดินและน้ำเคลือบ

เนื้อดิน Earthenware สามารถมีสีได้หลากหลาย ตั้งแต่ขาว ครีม เหลือง ไปจนถึงแดงและน้ำตาล ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของ Clay Body

หลังการเผา ดินประเภทนี้มักยังคงมีความพรุนค่อนข้างสูง

จุดเด่นของ Earthenware

  • ขึ้นรูปง่าย
  • เหมาะกับผู้เริ่มต้น
  • เหมาะกับงาน Hand Building
  • มีสีของเนื้อดินหลากหลาย
  • เหมาะกับ Low-Fire Glaze
  • เหมาะกับงานตกแต่งและประติมากรรม

Earthenware จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้นทำเซรามิก หรือผู้ที่ต้องการสร้างงานที่มีสีสันและลักษณะเฉพาะของเนื้อดิน

2. Stoneware Clay

Stoneware เป็น Clay Body ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการทำเครื่องใช้และงานเซรามิกทั่วไป

เมื่อเผาถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม เนื้อดินจะเกิดการ Vitrification มากขึ้น ทำให้เนื้อดินมีความแน่น แข็งแรง และดูดซึมน้ำน้อยลงเมื่อเทียบกับ Earthenware

Stoneware สามารถใช้ได้ทั้งการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน หรือ Wheel Throwing และการขึ้นรูปด้วยมือ หรือ Hand Building

จุดเด่นของ Stoneware

  • แข็งแรง
  • เหมาะกับเครื่องใช้
  • เหมาะกับงานแป้นหมุน
  • เหมาะกับงาน Hand Building
  • มีสีของเนื้อดินหลากหลาย
  • รองรับน้ำเคลือบได้หลายประเภท

Stoneware จึงเป็นหนึ่งใน Clay Body ที่เหมาะสำหรับผู้ทำเซรามิกที่ต้องการพัฒนาจากงานทดลองไปสู่งานเครื่องใช้จริง

3. Porcelain Clay

Porcelain เป็นดินที่มีเนื้อละเอียดและมี Kaolin เป็นส่วนประกอบสำคัญ จุดเด่นคือสีขาว ความละเอียดของเนื้อดิน และความสามารถในการให้ชิ้นงานที่บางและละเอียดได้

เมื่อเผาจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม Porcelain สามารถให้เนื้อที่แน่นและในชิ้นงานบางอาจมีความโปร่งแสง

จุดเด่นของ Porcelain

  • เนื้อดินละเอียด
  • สีขาวสะอาด
  • เหมาะกับงานรายละเอียดสูง
  • เหมาะกับงาน Fine Ceramics
  • เหมาะกับชิ้นงานบาง
  • สามารถสร้างผลงานที่มีความประณีตสูง

อย่างไรก็ตาม Porcelain ต้องอาศัยทักษะในการขึ้นรูปและควบคุมการแห้งมากกว่า Clay Body บางชนิด เนื่องจากชิ้นงานสามารถเกิดการบิดเบี้ยวหรือแตกร้าวได้หากควบคุมความชื้นไม่ดี

Bisque ของดินแต่ละชนิดเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด

แม้ Earthenware, Stoneware และ Porcelain จะสามารถนำมาเผา Bisque ได้ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ช่วงอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนดสำหรับ Clay Body นั้น ๆ

สิ่งสำคัญคือ Bisque ไม่ได้หมายความว่าดินจะถูกเผาจนสุกสมบูรณ์

ตัวอย่างเช่น Stoneware ที่มีช่วงการเผาใช้งานอยู่ที่ Cone 5–6 อาจผ่านการ Bisque ที่อุณหภูมิต่ำกว่านั้น จากนั้นจึงนำไปลงน้ำเคลือบและเผาอีกครั้งจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมกับ Clay Body

ดังนั้น

Bisque Firing = การเผาครั้งแรก
Glaze Firing = การเผาครั้งสุดท้ายเพื่อให้ดินและน้ำเคลือบพัฒนาเต็มที่

ทำไมต้องเผา Bisque ก่อนลงน้ำเคลือบ?

การเผา Bisque มีประโยชน์หลายด้าน

1. ทำให้ชิ้นงานแข็งแรงขึ้น

ดินที่แห้งแล้วหรือ Greenware ยังเปราะและแตกหักง่าย การ Bisque ช่วยให้ชิ้นงานแข็งแรงขึ้นและสามารถหยิบจับเพื่อนำไปตกแต่งได้ง่ายกว่าเดิม

2. ทำให้ชิ้นงานยังคงมีรูพรุน

รูพรุนของ Bisque ช่วยดูดน้ำออกจากน้ำเคลือบ ทำให้น้ำเคลือบสามารถเกาะอยู่บนผิวชิ้นงานได้

3. ลดความเปราะบางของ Greenware

หลัง Bisque ชิ้นงานจะสามารถนำไปลง Underglaze หรือน้ำเคลือบได้โดยไม่ต้องระมัดระวังเท่ากับชิ้นงานดิบ

4. เตรียมชิ้นงานสำหรับการเผาครั้งสุดท้าย

หลังลงน้ำเคลือบเรียบร้อยแล้ว ชิ้นงานจะเข้าสู่การเผา Glaze Firing ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะทำให้เนื้อดินและน้ำเคลือบพัฒนาไปตามอุณหภูมิที่กำหนด

Bisque เหมาะกับการใช้งานอะไร?

หลังจากเผา Bisque แล้ว ชิ้นงานสามารถนำไปทำงานต่อได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ลงน้ำเคลือบ (Glaze) เป็นการใช้งานหลักของ Bisque โดยผิวที่มีรูพรุนจะช่วยดูดน้ำจากน้ำเคลือบ
  • ลง Underglaze ใช้สำหรับวาดลวดลาย ระบายสี หรือสร้างรายละเอียดก่อนเคลือบใส
  • ตกแต่งพื้นผิว สามารถใช้เทคนิคการตกแต่งที่เหมาะกับ Bisque ได้หลากหลาย
  • งาน Sculpture ในบางกรณี Bisque สามารถใช้เป็นสภาพสุดท้ายของงานประติมากรรมหรืองานตกแต่งที่ไม่ได้ต้องการการเคลือบ