เอาอยู่แน่! Pottery Clay แจกเคล็ดลับกู้คืนสภาพดินเซรามิกแช่น้ำท่วมขัง ให้กลับมาปั้นได้เหมือนใหม่

ภัยธรรมชาติอย่าง น้ำท่วมขังฉับพลัน เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และบ่อยครั้งที่แม้จะเตรียมพร้อมรับมือ แต่เมื่อเจอเข้าจริงๆ ก็อาจเก็บของหนีน้ำไม่ทัน จนถุงดินปั้นเซรามิกถูกน้ำท่วมแช่ขังเป็นเวลานาน

คำถามยอดฮิตที่ชาวเซรามิกและผู้รักงานปั้นกังวลมากที่สุดคือ “ดินที่โดนน้ำท่วมขังแช่น้ำนานๆ จะยังนำมาปั้นได้ไหม หรือต้องทิ้งอย่างเดียว?”

Pottery Clay ขอตอบให้ชื่นใจตรงนี้เลยว่า “ดินปั้นแช่น้ำ ไม่เสียแน่นอน และสามารถกู้คืนกลับมาใช้งานได้ 100%” เพียงแค่ต้องผ่านขั้นตอนการแก้ไขและปรับสภาพอย่างถูกวิธีเสียก่อน

ทำไมดินปั้นแช่น้ำท่วมขังถึงนำมาปั้นทันทีไม่ได้?

เมื่อถุงดินปั้นจมน้ำหรือแช่น้ำขังเป็นเวลานาน สภาพเนื้อดินจะเปลี่ยนไปจากเดิมเนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก:

  1. ดินอิ่มตัวด้วยน้ำสูงเกินไป (Over-saturated) : น้ำจะซึมเข้าแทรกซึมในโมเลกุลดินจนสูญเสียความหนืด (Plasticity) กลายเป็นโคลนเละหรือน้ำดิน (Slip) ทำให้ปั้นขึ้นรูปด้วยมือหรือนวดบนแป้นหมุนไม่ได้

  2. ดินสูญเสียแร่ธาตุ : น้ำท่วมขังอาจชะล้างสารช่วยจับตัว หรือแร่ธาตุบางชนิดในเนื้อดินออกไปเล็กน้อย

  3. การปนเปื้อนจากภายนอก : น้ำท่วมมักพาเอาเศษทราย สารเคมี หรือเชื้อราและแบคทีเรียจากน้ำภายนอกเข้ามาเกาะตามถุงดิน

4 ขั้นตอนกู้คืนสภาพดินปั้นหลังน้ำท่วม โดย Pottery Clay

การกู้คืนดินปั้นอาจต้องใช้วิชา "ใจเย็น" ทำอย่างตั้งใจ แต่รับรองว่าดินปั้นที่คุณตุนไว้จะกลับมาใช้งานได้สมบูรณ์เหมือนเดิมแน่นอน

ขั้นตอนที่ 1 : คัดแยกและทำความสะอาดภายนอกถุงก่อน

เริ่มต้นด้วยการล้างทำความสะอาดคราบโคลนและสิ่งสกปรกที่เกาะรอบถุงพลาสติกด้วยน้ำสะอาดก่อนเปิดถุงเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษดินโคลนเน่าเสียหล่นลงไปผสม หากพบว่าถุงขาดและมีเศษทรายหรือสิ่งสกปรกปนเข้าไป ให้ใช้เกรียงปาดเนื้อดินชั้นนอกส่วนที่ปนเปื้อนทิ้งไปก่อน

ขั้นตอนที่ 2 : ตากดินลดความชื้น 

เลือกวิธีลดความชื้นได้ตามความสะดวก เพื่อให้ดินกลับมามีความหนืดพอดี:

  • วิธีที่ 1 : ตากบนแผ่นปูนหรือแผ่นยิปซัม (Plaster Bat) — วิธีนี้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด เพียงตักดินเละกระจายลงบนแผ่นปูน เนื้อปูนจะช่วยซับน้ำออกจากดินได้อย่างรวดเร็ว

  • วิธีที่ 2 : ใช้กระสอบป่านหรือถุงผ้าแคนวาส — ตักดินใส่ถุงแขวนไว้ ให้น้ำค่อยๆ หยดซึมออกตามธรรมชาติ

  • วิธีที่ 3 : ผึ่งลม — เกลี่ยดินบนแผ่นไม้ แล้วเปิดพัดลมช่วยเป่ากระจายความชื้น (คำเตือน: ห้ามนำไปตากแดดจัดโดยตรง เพราะจะทำให้ขอบนอกแห้งแข็งแต่ข้างในยังเละอยู่)

ขั้นตอนที่ 3 : นวดดินและไล่ฟองอากาศ 

เมื่อดินเริ่มเซ็ตตัวจนหมาดใกล้เคียงดินปั้นปกติ ให้นวดดินด้วยเทคนิค ก้นหอย, หัววัว หรือ ตัดซ้อนทุบ เพื่อช่วยไล่ฟองอากาศ กระจายความชื้นให้เท่ากันทั้งก้อน และจัดเรียงตัวของเกล็ดดินให้กลับมารับแรงปั้นและอุ้มทรงได้ดีเหมือนเดิม

ขั้นตอนที่ 4 : การหมักดิน

ดินที่เคยอิ่มน้ำนานๆ มักจะรู้สึกร่วนหรือขึ้นรูปยากในตอนแรก หลังจากนวดเรียบร้อยแล้ว ให้เก็บดินใส่ถุงพลาสติกปิดมิดชิดแล้ว หมักทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ (หรือยิ่งนานยิ่งดี) การหมักจะช่วยให้จุลินทรีย์ธรรมชาติเติบโต สารอินทรีย์ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นจะช่วยเพิ่มความเหนียวปั้นง่าย (Plasticity) ให้ดินกลับมามีสัมผัสนุ่มเนียนเหมือนดินใหม่

ข้อควรรู้ & วิธีทดสอบดินกู้สภาพก่อนใช้งานจริง

ดินที่หมักหรือเคยแช่น้ำนานอาจมีกลิ่นอับ หรือมีคราบราสีเขียว/ดำเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณที่ดีต่อความเหนียวของดิน สารอินทรีย์เหล่านี้จะถูกเผาไหม้สมบูรณ์หายไปทั้งหมดในเตาเผา โดยไม่ส่งผลเสียต่อผิวชิ้นงานแน่นอน

วิธีทดสอบความเหนียวของดิน 

ก่อนนำดินที่กู้สภาพไปทำชิ้นงานใหญ่ ให้ลองคลึงดินเป็นเส้นขด (Coil) แล้วพันรอบนิ้วมือ หากไม่เกิดรอยแตกร้าว หรือลองนวดกับแป้นหมุน เพื่อทดสอบทรงดูสักครั้ง หากดินสามารถอุ้มทรงได้ดี ถือว่าพร้อมนำไปรังสรรค์ผลงานค่ะ

สำหรับชาวเซรามิกและสตูดิโอปั้นดินในไทยที่กำลังรับมือกับปัญหาน้ำท่วม อย่าเพิ่งถอดใจทิ้งวัตถุดิบไปนะคะ ดินปั้นเป็นวัสดุธรรมชาติที่ทรหดและย้อนกลับสภาพได้เสมอ เพียงนำมาผ่านกระบวนการกู้คืนสภาพตามขั้นตอนข้างต้น ดินก้อนเดิมก็พร้อมจะกลับมารังสรรค์ผลงานสวยๆ ได้อีกครั้ง

หากมีข้อสงสัยเรื่องการเลือกซื้อดินปั้น อุปกรณ์เซรามิก เตาเผา ฯลฯ สามารถสอบถามและรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ Pottery Clay นะคะ